[บทความ]“Freedom of speech” vs “censorship”

posted on 15 May 2008 11:32 by anonymouslycat

“Freedom of speech” vs “censorship”

  

           สืบเนื่องจากลิงค์ที่เพื่อนของข้าพเจ้าส่งมาให้ www.15yearsprison.blogspot.com   กว่าที่หลายท่านจะได้เข้าอ่านมันคงถูกแบนไปเรียบร้อยแล้ว 

 

                คาดว่าทุกท่านคงได้ยินข่าวคราวการแบนยูทูปจากประเทศไทย ที่มีการนำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาล้อเลียนทำให้มีปัญหามากมายกับทางโน้น ตอนที่ข้าพเจ้าได้ยินข่าว ส่วนตัวแล้วคิดว่าการแบนหรือเซนเซอร์เป็นการแก้ปัญหาแบบผิดวิธี เหมือนแก้ที่ปลายเหตุไม่ใช่ต้นเหตุ หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆคือการตัดปัญหา

 

 

               ด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมทำให้พวกที่เราเรียกว่า ฝรั่งหรือชาวต่างชาติไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ประชาชนไทยรักและเทิดทูนในหลวง เมื่อเขาเห็นว่าพวกเราเอาแต่เซนเซอร์จึงเข้าใจผิดไปว่าในหลวงเป็นเผด็จการ ซึ่งแท้แล้วไม่ใช่เพราะสถาบันกษัตริย์ไม่ได้มีอำนาจการปกครองสูงสุดในประเทศตั้งแต่สมัยรัชกาลที่เจ็ด

 

 

                แน่ล่ะ เจ้าของบล็อกคงไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยก่อนนำมาเขียน ทำไปด้วยความรู้สึกคะนอง หรือ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียดมองโลกจากมุมแคบเหมือนกบในกะลาแล้วออกมาโวยวายทั้งที่ไม่เคยออกนอกกะลาเลย

 

 

                วัฒนธรรมของเขานั้นสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จึงต่อต้านการแบนหรือเซ็นเซอร์ใด กลายเป็นว่าการที่คนไทยห้ามลบหลู่ในหลวงเป็นการละเมิด “Freedom of Speech” นี่คือในมุมมองของเขา แต่ในมุมมองของเราแล้วในหลวงเป็นพ่อของแผ่นดินที่ทุกคนรักและเทิดทูน จึงไม่สมควรจะล่วงละเมิด

 

 

               ภายในลิงค์ประกอบไปด้วยคำด่าว่าและการตัดต่อภาพในทางที่เสียหาย ทั้งธงชาติไทยและเพลงชาติก็โดนไปด้วย ซึ่งข้าพเจ้าไม่แปลกใจเลย เพราะขนาดเพลงชาติของพวกเขาเองพวกเขายังนำมาล้อเลียนซะจนเสียหายหลายแบบ แล้วประเทศอื่นเล่าคงยิ่งเล่นได้อย่างไม่เกรงใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะการส่งเสริม “Freedom of Speech”

 

 

            เสรีภาพในการพูดมีไว้ก็ดี แต่บางคนก็ตีความหมายผิดเป็นว่า จะลบหลู่หรือดูถูกใครก็ได้ เพราะฉันมีเสรีภาพของฉัน การที่เจ้าของบล็อก(ในลิงค์ที่แปะไว้เบื้องต้น) ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างหยาบคาย คงเรียกไม่ได้หรอกว่าเป็นการสนับสนุน “Freedom of Speech” แต่เป็นการไม่ให้ความเคารพวัฒนธรรมของผู้อื่นเสียมากกว่า หรือเรียกง่ายๆว่า “self-centered”

 

 

            ในความคิดเห็นของข้าพเจ้า สิ่งที่รัฐบาลควรกระทำไม่ใช่การออกมาแบนซ้ำสอง เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ตัวการผลิตวีดีโอหยาบคายและต่ำช้าออกมาอีก สิ่งที่ควรทำคือการอธิบายให้ต่างชาติเข้าใจ ทำไมเราจึงเทิดทูนในหลวง ทำไมเราจึงไม่ต้องการให้ใครก็ตามมาลบหลู่พ่อของแผ่นดิน

 

 

                การเซ็นเซอร์เหมือนจะยิ่งย้ำให้ทางนั้นเข้าใจผิดว่าเราเป็นประเทศเผด็จการ (และยิ่งเรามีกษัตริย์ทางนั้นก็อาจคิดแบบกบในกะลาไปว่าอำนาจการปกครองอยู่ที่กษัตริย์เช่นในยุคเก่า) ไม่สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่แปลกใจและเข้าใจว่าทำไมเขาจึงคิดเช่นนั้น แม้แต่การ์ตูน เหล้า บุหรี่ ยังโดนเซ็นเซอร์ ซึ่งคนไทยหลายๆคนก็ไม่พอใจกับการกระทำดังกล่าวของทางรัฐ

 

 

                ข้าพเจ้าไม่สนับสนุนการเซ็นเซอร์ เพราะมองว่าเป็นการตัดปัญหา เหล้า บุหรี่ ความรุนแรง ไม่จำเป็นต้องปิดบังจากสายตาเยาวชน แต่ต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแล คอยอธิบาย นี่ไม่ใช่สิ่งดี ไม่ใช่สิ่งที่ควร หรือเสพแล้วอาจเป็นมะเร็ง ทางที่ดีคือ ควรอธิบายให้เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมเราไม่ต้องการให้ทำเช่นนี้มากกว่า

 

 

                 แต่เราก็เป็นได้เพียงเสียงบ่นเล็กๆเสียงหนึ่ง ที่ไม่มีวันไปถึงหูของผู้ใหญ่หลายๆท่านในบ้านเมืองหรอก

(เห็นเขียนเสียงนิ่งๆแบบนี้กดเข้าอ่านแล้วจริงๆโกรธมากเลยนะคะ =w=+)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นางสาว จุฑามาศ โต้แจ้ง
mhukrob@hotmail.com
คนบูชาท่านเหมือนพระ เป็นที่พึ่ง
ฉันคิดว่าทุกคนที่อ่านเรื่องนี้จะชอบมากค่ะhttp://www.mylifewithhismajestytheking.com/readerpage.cfm?Openid=656AAAB6-1969-4C74-9EBD-56BEBA6A64EC

#1 By mba #2 on 2008-08-24 22:40

นายณรงค์ชัย วัฒนศักดิ์ศิริ

พ่อผู้มีความรักอันอบอุ่นให้ลูกเสมอ

เมื่อได้อ่านบทความนี้เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วประทับใจเป็นที่สุด
จึงอยากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านบทความดี ๆ นี้ด้วยครับURL : http://www.mylifewithhismajestytheking.com/readerpage.cfm?OPENID=079405B8-CEB6-4D2F-AA17-1C454BC50126

#2 By mba #2 on 2008-08-26 16:23