[APH Fan Fiction]US/UK My Ecstasy - Story 2

posted on 30 Aug 2009 21:48 by anonymouslycat in FanFiction

WARNING: เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีความเกี่ย;ข้องกับการ์ตูนเรื่อง Axis Power Hetalia ซึ่งจำลองตัวละครมาจากประเทศต่างๆ แต่ไม่ได้กล่าวถึงผู้คนหรือเหตุการณ์ในโลกความเป็นจริง ซึ่งบางท่านอ่อนไหวในเนื้อหา จึงจำต้องนั่งเทียนเขียนคำเตือนมาไว้ ณ ที่นี้ ว่าหากรับไม่ได้ จง ปิด ขอบพระคุณ แกร๊ย

WARNING2: เนื้อหาในเอนทรี่นี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่าYAOIหรือชาย รัก ชาย จขบมิต้องการให้มีเกรียนเข้ามาคอมเมนท์อะไรก็ตามที่เป็นการตำหนิ ติเตียน ด่า YAOI หรือบางทีแค่ใส่ไอคอนโดยไม่พิมพ์อะไร ชื่อก็ไม่ทิ้งไว้ หากต้องการคอมเมนท์นิยายในแง่ของพล็อตหรือการใช้ภาษาจขบไม่ว่า แต่กรุณาอย่าตำหนิเรื่องที่มันเป็นYAOI เช่นนั้นแล้วผู้ใดก็ตามที่1. รับไม่ได้ 2.ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่เข้าใจ กรุณาปิดบล็อคนี้ ไม่ต้องคึอมเมนต์อะไรทั้งนั้น ถือเสียว่าหลงเข้ามา ปิด ไป เถอะ

 

Prologue- http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-prologue

Story1- http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-story-1-2

Story2-  http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-story-2

Story3- http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-story-3  

 

 

Story2- Spare Key

 

            เป็นวันสงบสุขหนึ่งวันในฤดูใบไม้ร่วง ที่อาเธอร์ เคิร์กแลนด์กำลังปั่นงานจนหัวหมุน ช่วงนี้งานเข้ามากมายเหลือเกิน ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ชายชาติอังกฤษย่อมต้องสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว            ติดก็แต่...

            อาเธอร์~! มีของมาฝาก~” ...ไอ้บ้าที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลา ชอบโผล่มาเวลาเขากำลังวุ่นวายอยู่เรื่อย แถมถือวิสาสะใช้กุญแจสำรองที่มักซ่อนไว้ใต้กระถางต้นไม้หน้าบ้านอีก

            จะมาทำไมบ่อยๆกันห๊ะ งานการไม่ทำรึไง กล่าวอย่างหงุดหงิดกับคนที่เพิ่งเปิดประตูห้องทำงาน ดวงตาไม่ได้ละจากเอกสารบนโต๊ะ

            ก็มันแวะมาซื้อของแถวนี้พอดี เลยมาเยี่ยม อยากถามกลับว่าเอ็งจะแวะมาอาทิตย์ละสองครั้งบางอาทิตย์ก็สามเลยเรอะ!? นึกอย่างหงุดหงิดในจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายวางของฝากลงบนโต๊ะ คงไม่พ้นอาหารจำพวกแยมอย่างเคยละ            ฉันไม่กวนหรอกน่า นั่งดูทีวีอยู่ข้างล่างนี่แหละ ทำงานเสร็จแล้วมาคุยกัน สโคนในตู้เย็นกินให้หมดเลยนะ

            สามเดือนมาแล้วที่อัลเฟรดมาเยี่ยมบ่อยๆ แรกๆแค่อาทิตย์ละหน หลังๆชักเริ่มหนัก อาทิตย์ละสอง และกำลังจะเพิ่มเป็นสาม พอมาถึงก็ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระเรื่อยเปื่อย ชวนทะเลาะก็บ่อย จนไล่ตะเพิดกลับบ้านหลายที แต่ก็ยังมาหาเรื่อยๆ...

            ปากบอกว่าเบื่อลุงแก่ๆอย่างเขา แต่ก็ยังมา... ปากบอกอาหารรสชาติห่วย แต่ก็ยังกิน แปลกคนจริงๆ

 

            เมื่อกองงานลดไปครึ่งหนึ่งจึงวางปากกา เดินจากห้องทำงานที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือลงมายังห้องรับแขกซึ่งตกแต่งสไตล์ทันสมัยอย่างมีรสนิยมเบื้องล่าง ได้ยินเสียงโทรทัศน์จากห้องรับแขก พบว่าร่างใหญ่นอนสัปหงกหลับบนโซฟาทั้งที่ทีวียังเปิด

            ความสัมพันธ์ของเขากับอัลเฟรดเพิ่งกลับเป็นปกติไม่กี่เดือนก่อน นับตั้งแต่ที่บอกว่าไม่ได้โกรธแล้ว หมอนั่นก็ชอบมาป้วนเปี้ยนที่บ้านตลอด...

            เคยคิดว่าโดนเกลียด จึงพยายามเกลียดกลับ กระทั่งถูกช่วยจากการรุกรานของเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง... เพราะฟรานซิสล้มไปแล้ว ในยุโรปจึงเหลือเพียงเขาที่จะต่อกรกับลุดวิกได้ แต่กลับพลาดท่าจนเกือบถึงชีวิต

            ยังจำได้ดี ถึงแผ่นหลังกว้างและชายเสื้อแจ็คเกตสีน้ำตาลที่พุ่งเข้าขวาง ในจังหวะที่ลุดวิกกำลังจะลั่นไก

            จะมาช่วยทำไม... ทั้งที่เกลียด... ไม่ใช่หรือ... เคยสงสัยนัก            สุดท้ายที่ทำ... ก็แค่เพราะอยากเป็นฮีโร่สินะ

            จนถึงทุกวันนี้หมอนั่นก็ยังยึดติดกับคำว่าฮีโร่ พยายามช่วยเหลือประเทศที่อ่อนแอกว่า แม้ว่าบางทีการช่วยเหลือทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ ก็ยืนกรานจะช่วย

            ถึงบอกไงว่ายังเป็นแค่เด็กอมมือ... ต่างกับเขาที่เคยเป็นมหาอำนาจมานับร้อยปี

            ก้มลงมองใบหน้าหลับใหลบนโซฟา เอื้อมมือลูบเรือนผมสีบลอนด์แผ่วเบา แม้จะถอนใจและส่ายหน้าเพราะไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรม แต่ยังคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูอยู่ดี

            บางทีฉันก็ไม่เข้าใจนายจริงๆ... อัลเฟรด

 

อาทิตย์ต่อมา...

            ทำงานเสร็จแล้วเหรอ ชายหนุ่มชาวอเมริกันกล่าวทั้งที่ขนมเต็มปาก

            ส่วนของวันนี้น่ะนะ... ว่าแต่มาวันนี้มีอะไรอีก มองคู่สนทนาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถอนใจยาว นี่ก็ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ไม่รู้จักใส่เสื้อหนาๆ หากป่วยขึ้นมาแบบตอนGreat Depression ชาวบ้านจะพากันเดือดร้อนอีกหรอก

            อ้อ มีเรื่องอยากเล่า รู้ไหมๆ นาซ่ามีแผนจะส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปสำรวจดาวอังคารด้วย หากเจอเอเลี่ยนบนนั้นก็เยี่ยมไปเลยเนอะ ฟังแล้วได้แต่ถอนหายใจ       เรื่องไร้สาระล้วนๆ เขาไม่ได้สนใจการส่งเศษเหล็กออกไปนอกโลกด้วยซ้ำ หากจะมาพูดเรื่องนี้ไปคุยกับอีวานไม่ดีกว่าหรือไง

            มาบ่อยๆแบบนี้บอสไม่ว่าอะไรรึไง เห็นว่าทางนั้นกำลังยุ่งๆกับการเลือกบอสคนใหม่ไม่ใช่เหรอสิ้นสุดคำถาม คู่สนทนาหันมายิ้มร่า

            ฉันเคลียร์งานเร็วจะตาย อีกอย่าง ก็เพราะเป็นช่วงเลือกตั้งนี่แหละ บอสก็แค่เคลียร์งานที่ยังค้างๆอยู่ ส่วนผู้สมัครก็ต้องหาเสียงกันไป ฉันเลยพอมีเวลาหายใจน่ะ พูดไปพลางก็ล้วงของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าก่อนยัดใส่มือเขา เอ้า อมยิ้ม! ทำงานหนักๆไม่ดีต่อสุขภาพนะรู้ไหม กินน้ำตาลซะมั่ง  

            ช่วงนี้นายดูตัวใหญ่ขึ้นอีกรึเปล่าเนี่ย... อัลเฟรด อาเธอร์กล่าวไปพลางก็จับจ้องยังเสื้อเชิ้ตที่เริ่มฟิตแน่นของอีกฝ่ายไปพลาง

            หา!! จะอ้วนขึ้นได้ไง ฉันออกก