[APH Fan Fiction]US/UK My Ecstasy - Story 3

posted on 30 Aug 2009 21:49 by anonymouslycat in FanFiction

WARNING: เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีความเกี่ย;ข้องกับการ์ตูนเรื่อง Axis Power Hetalia ซึ่งจำลองตัวละครมาจากประเทศต่างๆ แต่ไม่ได้กล่าวถึงผู้คนหรือเหตุการณ์ในโลกความเป็นจริง ซึ่งบางท่านอ่อนไหวในเนื้อหา จึงจำต้องนั่งเทียนเขียนคำเตือนมาไว้ ณ ที่นี้ ว่าหากรับไม่ได้ จง ปิด ขอบพระคุณ แกร๊ย

WARNING2: เนื้อหาในเอนทรี่นี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่าYAOIหรือชาย รัก ชาย จขบมิต้องการให้มีเกรียนเข้ามาคอมเมนท์อะไรก็ตามที่เป็นการตำหนิ ติเตียน ด่า YAOI หรือบางทีแค่ใส่ไอคอนโดยไม่พิมพ์อะไร ชื่อก็ไม่ทิ้งไว้ หากต้องการคอมเมนท์นิยายในแง่ของพล็อตหรือการใช้ภาษาจขบไม่ว่า แต่กรุณาอย่าตำหนิเรื่องที่มันเป็นYAOI เช่นนั้นแล้วผู้ใดก็ตามที่ 1.รับไม่ได้ 2.ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร  กรุณาปิดบล็อคนี้ ไม่ต้องคอมเมนต์อะไรทั้งนั้น ถือเสียว่าหลงเข้ามา ปิด ไป เถอะ 

LINKS: 

Prologue- http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-prologue

Story1- http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-story-1-2

Story2-  http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-story-2

Story3- http://anonymouslycat.exteen.com/20090830/aph-fan-fiction-us-uk-my-ecstasy-story-3

 

 

เสียงฮัมเพลงJingle Bellเบาๆดังจากบริเวณครัว สโคนเพิ่งปั้นเสร็จถูกวางในเตาอบอย่างระมัดระวังก่อนปิดฝา ชายหนุ่มนั่งที่โต๊ะอาหารระหว่างรอขนมสุก เหม่อมองยังไม้ใหญ่ยืนต้นไกลลิบๆซึ่งบัดนี้ไม่มีใบเหลือ 

           หิมะใกล้ตกแล้ว... หากคริสต์มาสปีนี้เป็นไวท์คริสต์มาสก็ดีสิ

            คิดอย่างอารมณ์ดีก่อนหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นกางอ่าน แต่ไม่นานก็วางเพราะสียงเคาะประตูดังจากเบื้องนอก ครั้นจะลุกไปเปิดก็พบว่าไม่ต้องแล้วเมื่อแขกใช้กุญแจสำรองเปิด เดินอาดๆเข้ามาอย่างกับเป็นบ้านตัวเอง             

อรุณสวัสดิ์อาเธอร์ อบสโคนรสชาติห่วยๆนั่นอีกแล้วเหรอ ทักมาประโยคแรกก็ชวนรู้สึกคันส้นเท้าชอบกล น่าจะหายคันหากได้ยกเท้าขึ้นประทับใบหน้าหลังกรอบแว่นที่ยิ่งโตยิ่งดูดีขึ้น ซึ่งอันที่จริงก็ไม่อยากยอมรับหรอกว่ามันหน้าตาดี ตอนเล็กๆน่ารักกว่านี้ตั้งแยะ

            ก่อนจะอ้าปากด่าให้สาแก่ใจ ดวงตาสีเขียวคู่โตเหลือบเห็นกระเป๋าเดินทางในมือของอัลเฟรด

            นั่น... แบกมาเพื่อ??” รอฟังคำตอบด้วยใบหน้าซีด ภาวนาในใจขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด

            อ๋อ นี่น่ะเหรอ ฉันได้หยุดช่วงคริสต์มาสเลยว่าจะมาฉลองที่นี่น่ะ ฝากตัวด้วยนะ ไม่ผิดจากที่คิดเลย แม้ว่าหลังจากกลับมาคุยกันแล้วอัลเฟรดชอบมาเยี่ยมบ้านบ่อยเกินพอดีก็เถอะ แต่ไม่เคยถึงกับแบกกระเป๋ามาค้าง

             ไม่ให้อยู่เฟ้ย!!” ตะคอกดังๆหนึ่งที ซึ่งอัลเฟรดก็ไม่ออกท่าทีสะทกสะท้านสักนิด

            แหมๆ นิดเดียวเอง ฉันนอนห้องเก่าฉันแล้วกัน ไปเก็บของล่ะ ว่าแล้วเจ้าตัวดีที่อัญเชิญตัวเองมาที่บ้านของคนอื่นโดยขัดต่อประสงค์เจ้าของบ้านก็วิ่งขึ้นบันไดโดยไม่รอฟังคำค้าน ทำให้ชายหนุ่มฮึดฮัดกับตนเองอย่างไม่พอใจ ไม่นานก็มีเรื่องอื่นให้กลุ้มยิ่งกว่า เพราะกลิ่นไหม้จากในครัว

            สโคน!!!”

 

            ห่วยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ทำมากี่ปีแล้วเนี่ย ยังไหม้อยู่อีกเหรอ พูดจากวนส้นตีนยิ่งนัก ใครล่ะที่เป็นตัวต้นเหตุทำให้มันไหม้ แล้วมีหน้ากินอีก ใครอนุญาตไม่ทราบ

            ทันทีที่วางจานสโคนไหม้ลงบนโต๊ะ อัลเฟรดก็จัดแจงนั่งและกินทันทีโดยไม่ฟังคำแย้ง สงสันจริงว่ามารยาทที่สมัยก่อนพร่ำสอนแล้วสอนอีกหายไปไหนหมด ถึงเหลือแต่ขี้เลื่อยแบบนี้

            ยังไม่อิ่มเลยอาเธอร์ ฟังเสียงบ่นแล้วมันน่าเอาปังตอเฉาะหัว ปากก็บอกว่าห่วย แล้วยังกิน แถมกินหมดแล้วขอเพิ่ม แปลกคน คิดไปพลางก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นในอก

            นี่กินจุกว่าเดิมรึเปล่าเนี่ย เอาเถอะ เดี๋ยวทอดฟิชแอนด์ชิพส์ละกันพูดอย่างเหนื่อยใจกับเด็กไม่ยอมโตที่ตัวใหญ่กว่าเขา

            มา เดี๋ยวช่วย ได้ยินคำนั้นทำให้ประหลาดใจ

            อย่าเลย เดี๋ยวมีดก็บาดมือหรอก และพูดตามที่คิดทันที ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ แค่กลัวเลือดเลอะครัว

            ฉันทำอาหารเป็นน่า ไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย น้ำเสียงของคู่สนทนาที่กล่าวออกมาฟังดูทีเล่นทีจริง จากนั้นคนพูดก็ถอดโค้ทถลกแขนเสื้อก่อนลงมือแล่เนื้อปลาอย่างคล่องแคล่ว... คล่องจนเจ้าของบ้านกลายเป็นลูกมือเสียอย่างนั้น และยังมีความสามารถในการทอดที่ทำให้อาเธอร์แปลกใจได้อีกต่อ ไม่นานอาหารก็เสร็จพร้อมเสริฟ

            ทอดๆย่างๆน่ะของถนัดอยู่แล้ว กล่าวอย่างภูมิใจก่อนจัดใส่จานแบบไม่ค่อยสวยงามเท่าไรและนำมาวางบนโต๊ะอาหาร เสริฟคู่กับไวท์ซอส

            ก็ไม่อยากจะยอมรับนักหรอก... แต่ว่า ทำเก่งกว่าเขาอีก...

            ก็งั้นๆแหละ ถือว่านายพัฒนาขึ้นนะแต่ฉันก็ทำอร่อยกว่าอยู่ดีถึงใจจะคิดแต่ปากไม่ยอมรับ...

ทำไมล่ะ? ปากไม่ตรงกับใจไม่ผิดกฎหมายประเทศไหนนี่ครับ

             ว่างั้นเหรอ แต่ยังไงซะฉันก็หล่อกว่าเหมือนกัน ทั้งที่ไม่เกี่ยวเลยแต่เปิดประเด็นขึ้นมาเสียอย่างนั้นแถมด้วยยิ้มยียวนกวนส้นตีน

            เกี่ยวกันที่ไหนฟะ เถียงกลับแทบทันที

            ก็นายมันลุงแก่ๆขี้โมโหตีนกาเต็มหน้า  จะสู้ฮีโร่สุดหล่ออย่างฉันได้ยังไง