novel

ใครก็ตามที่หลงมา... จงปิด... จงปิด...= ="

มันเป็นแค่นิยายซุ่มแต่งที่เหมียวหาที่แปะ

ปิดซะ... ปิดซะ...

พล๊อตน้ำเน่าแบบไม่uniqueเลย clicheสุดยอด = =b แบบน้ำเน่าเบสิคจริงๆ

เพราะงั้น... ปิดซะ!!

...................................

บทที่1 ดอกหญ้ากลางท้องทุ่ง

ยินดีต้อนรับกลับขอรับท่านเจ้าเมือง น้ำเสียงโทนแหลมสูงหากเทียบกับมาตรฐานของบุรุษทั่วไปกังวานลั่น ผู้สำเร็จราชการโค้งคำนับเจ้าเมืองของเขาอย่างนอบน้อม ซึ่งบุรุษเจ้าของนัยน์ตาสีแดงก็ยิ้มตอบด้วยความยินดี

ไม่ได้พบกันนานนะอาร์คัส กิจการบ้านเมืองเป็นอย่างไรบ้างล่ะ น้ำเสียงทุ้มสงบนิ่งถูกเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากดั่งคันศร เขาเผยรอยยิ้มด้วยความปิติสุขอย่างไม่อาจปกปิด

ประชาชนต่างยินดีที่ท่านพิชิตลูนาเรียได้ขอรับท่านเจ้า อาร์คัสเอ่ยตอบ และปรายตามองเหล่าแม่ทัพที่ติดตามนายของเขาอยู่เบื้องหลังดั่งต้องการให้แม่ทัพทุกนายได้รับฟังคำกล่าวด้วย

ดีมาก ข้าต้องการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของเราภายในเดือนนี้ ต้องเป็นงานฉลองยิ่งใหญ่ และประกาศให้มันเป็นงานเทศกาลประจำปี! เสียงฮือฮาดังขึ้นจากผู้คนที่รายล้อมเจ้าเมืองหนุ่มรูปงาม เป็นเสียงของความยินดีปรีดายิ่ง

โอ้ เป็นความคิดที่ดีมากขอรับ ข้าคิดว่าทุกท่านคงเหนื่อย ไปพักผ่อนกันสักหน่อยจะดีไหมขอรับ แล้วเรื่องอื่นปล่อยให้ข้าจัดการเอง

รบกวนเจ้าแล้วนะอาร์คัส

เจ้าเมืองหนุ่มเผยรอยยิ้มให้ชายผู้ผอมแห้งซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวบิดาของเขาแทนคำตอบ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งปลดประจำการเหล่าแม่ทัพทั้งสี่พลันด้วยความเข้าใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคงจะเหนื่อยกันเกินทนแล้ว ซึ่งเขาเองก็ต้องการจะพักเช่นกัน ดั่งที่ชายชราว่านั่นล่ะ

.

ชายหนุ่มปรายตามองภาพสะท้อนใจกระจกเงาในห้องนอนของตน ผ้าโพกหัวสีดำสนิทกับเสื้อคลุมยาวถึงขาสีดำขาดลุ่ยและเปรอะไปด้วยเลือด กางเกงยาวสีดำสนิทของเขาเองก็สภาพไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก คงมีแต่เสื้อแขนยาวส่วนบนกระมังที่ไม่ได้เสียหายอะไรมาก ชายหนุ่มเริ่มแกะเชือกสีเงินเพื่อปลดเสื้อคลุมหนักออกจากกาย

เขาเหวี่ยงชุดคลุมของตนไปยังพื้นพรมสีแดงพลางปลดกระดุมเสื้อชุดในเพื่อให้หายใจได้คล่องขึ้น ก่อนที่จะทิ้งกายลงสู่เก้าอี้นวม ปิดเปลือกตาสนิทเพื่อผ่อนคลาย เท่านี้ปัญหายุ่งยากระหว่างคัลลัสกับลูนาเรียก็คงหมดไปเสียที และเขาจะได้พักผ่อน หลายเดือนที่ผ่านมาเหนื่อยแทบบ้า

ปังๆ!

ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นก่อนที่จะกระชากเสียงของตน

เข้ามา!

สิ้นเสียงนั้นเองที่อีกหนึ่งใบหน้าคมเข้มซึ่งมีรอยแผลยาวพาดผ่านบริเวณใบหน้าจะโผล่พ้นจากเบื้องหลังธรณีประตู มือสีทองแดงนั้นหยาบกร้าน บาดแผลมากมายแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมมามากมายนัก

เจ้าเองรึตาเตรส ตาเตรส หรือแม่ทัพฝ่ายเหนืออีกทั้งยังเป็นผู้คุ้มกันประจำตัว เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็ก เผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเตียงใหญ่ของผู้เป็นนาย ซึ่งเจ้าของเตียงก็ไม่ได้ติอะไรแม้แต่น้อย หรือจะติจนเบื่อที่จะติอีกแล้วก็ไม่อาจรู้ได้

ขอรับท่านเจ้าเมือง น้ำเสียงล้อเลียนสนุกสนานทำให้คิ้วสีดำสนิทของท่านเจ้าเมืองคลายปมออกจากกัน แม้นว่าน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยจะฟังดูเคร่งเครียดกว่าเดิมก็ตาม

เลิกล้อเลียนข้าสักทีเถอะท่านแม่ทัพฝ่ายเหนือ

โธ่ ไซตรัส ตอนออกรบแล้วต้องเรียกเจ้าว่าท่านเจ้าเมือง มันกระดากปากแทบตายแน่ะรู้ไหม เพื่อนรักแสดงสีหน้าเหยเกอย่างกับเอียนคำพูดอย่างเป็นทางการเสียเต็มประดา

แล้วเจ้าไม่กลับบ้านไปพักหรือไง น้องสาวคนสวยรออยู่ไม่ใช่รึ จะมาวุ่นวายอะไรกับข้าอีก คำพูดอาจฟังดูหักหาญน้ำใจ ทว่าตาเตรสก็รู้ดีว่ามันออกมาพร้อมกับความเป็นห่วงเป็นใย

ก็ไม่ได้อะไรหรอกนะเจ้าบ้า หากไม่พูดกับเจ้าตั้งแต่ตอนนี้เดี๋ยวก็งานยุ่ง เดี๋ยวก็ตารางเต็มอีก ข้าถึงต้องบอกเจ้าก่อนที่เจ้าจะจัดตารางงานบ้าบออะไรนั่นไง ไซตรัสนั่งฟังคำพูดของสหายด่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาเล็กๆ ท่านแม่ทัพฝ่ายเหนือสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วจึงเอ่ยต่อ เรื่องนัดล่าสัตว์ ที่ข้านัดเจ้าไว้ตั้งแต่ต้นปี นี่ใกล้จะปลายปีแล้วเจ้ายังหาเวลาว่างไปไม่ได้เลย จำได้ไหม

เจ้าเมืองหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตาจับจ้องเจ้าของเรือนผมสีทองแดงอย่างขบขัน

เรื่องนั้นเองรึ?ฆ่าคนมามากมายในสนามรบ ยังบาปไม่พอรึไง?

ก็ล่าสัตว์มันสนุกกว่านี่ ได้เดินดูป่าเขาชมนกชมไม้มีสาวงามคอยตระเตรียมอาหารด้วย น้องสาวของข้าอยากจะไป ยังไม่ทันที่แม่ทัพฝ่ายเหนือจะได้จบประโยคของตน น้ำเสียงยะเยือกก็กังวานขึ้นเสียก่อน

เลิกคิดจะจับคู่ให้ข้าสักทีได้ไหมตาเตรส ข้าก็บอกไปหลายครั้งแล้วว่าข้ายังไม่คิดจะจริงจังกับใครทั้งสิ้น และข้ายังไม่ต้องการชายา เขาเหนื่อยหน่ายเต็มทนกับการที่ขุนนางมากหน้าหลายตาพยายามส่งเครือญาติของตนมาเป็นของบรรณาการ ด้วยหวังว่าเขาจะรับพวกนางเป็นชายาหรออย่างน้อยก็อนุ ทว่าเจ้าเมืองหนุ่มกลับไม่ต้องการเลยแม้แต่น้อย

เฮ้ ข้าไม่เกี่ยวนะ ก็น้องข้าเขาขอร้องมา น่ารักเสียขนาดนั้นแล้วข้าจะปฏิเสธลงหรือไง? เพื่อนตัวดีแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เกาหัวแกรกพลางเสมองไปอีกทาง

เจ้าเมืองหนุ่มถอนใจ เขาไม่น่าไปสัญญาตั้งแต่ต้นปีเลยให้ตายสิ

ครั้งเดียวเท่านั้นนะ สิ้นเสียงนั้น ท่านแม่ทัพฉีกยิ้มร่า

ขอบใจมาก ข้าไม่รบกวนเจ้าล่ะนะ กำหนดวันให้แน่นอนด้วย สิ้นเสียงดังกังวาน ร่างสูงใหญ่ก็หายไปหลังธรณีประตู ทิ้งแต่เจ้าเมืองหนุ่มที่ได้เพียงกุมขมับและขมวดคิ้วมุ่น ปัญหาเก่าเพิ่งสะสางไม่ทันไร ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว!

เขาไม่ต้องการอิสตรีในยามนี้ ยามที่ทุกสิ่งยังไม่ลงตัวดี ยามที่ขุนนางเฝ้าแก่งแย่งชิงดีกันไม่เว้นวัน เพราะโบราณเขาว่าไว้ อิสตรีคือจุดอ่อนของบุรุษ!

แม้นจะคิดเช่นนั้น ทว่าเจ้าเมืองหนุ่มไม่อาจล่วงรู้เลย ว่าการล่าสัตว์ในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาไป... ตราบจนชีวิตจะหาไม่!

.

ยามเมื่อตาเตรสก้าวออกจากห้องพักของนายเหนือหัว ร่างหนึ่งก็ปรากฎแก่สายตาของเขา

ข้าล่ะกังวลจริงๆเลยตาเตรส ไม่สิ ท่านแม่ทัพเหนือ แม่ทัพฝ่ายใต้เจ้าของชุดเกราะสีทองแดงวาวเอ่ย เขายืนพิงเสาหินอ่อนแกะสลักอยู่ ณ โถงทางเดิน และเอ่ยขึ้นทันทียามแลเห็นสหายร่วมรบ

ท่านแม่ทัพตะวันออก? กังวลรึ? น่าแปลกที่อย่างท่านมีเรื่องให้กังวลกับเขาด้วย วันๆเห็นเอาแต่มัวเมาในสุรานารี ตาเตรสเอ่ยแบบติดตลก ทว่าคนที่โดนแซวกลับไม่เล่นด้วย

แม่ทัพเหนือ น้ำเสียงดุดันนั้นทำให้แม่ทัพเหนือเข้าสู่ความเคร่งเครียดพลัน ราวกับรับรู้ว่าสิ่งที่สหายต้องการเอ่ยนั้นเป็นเรื่องใหญ่เพียงไร ท่านรู้ใช่ไหมว่าท่านเจ้าเมืองยังไม่มีพระชายา

ชายหนุ่มพยักหน้าเพียงน้อย ก่อนที่จะปล่อยให้เจ้าของเกราะสีทองแดงเอ่ยต่อ

ตอนนี้ ทางฝั่งขุนนางซาร์เรนได้ตระเตรียมการแล้ว ระหว่างที่พวกเราไปออกรบนั่นล่ะ

คิ้วสีแดงเพลิงของตาเตรสขมวดเข้าหากันมุ่น

หมายความว่าอย่างไร เตรียมการ

หรือท่านไม่สังเกตเห็นนางกำนัลงดงามหน้าใหม่มากมายเล่า ท่านแม่ทัพเหนือ แม่ทัพตะวันออกเสมองไปอีกทาง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไป และถ้าหนึ่งในนางเหล่านั้นได้ขึ้นเป็นชายาของนายท่าน ทางขุนนางปกครองอย่างซาร์เรนก็จะสามารถควบคุมนายเหนือหัวได้ ตาเตรสสบลึกเข้าไปในดวงตาสีแดงเข้ม ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างอย่างปรีดา

ไม่เป็นไรหรอกท่านเซส เพราะข้า เตรียมการไว้แล้ว

เตรียมการ? เจ้าของผิวสีน้ำตาลอมแดงถึงกับเลิกคิ้วด้วยความฉงน กระนั้นก็รอคำตอบของผู้มีอาวุโสน้อยกว่า

อีกสามวัน ให้ท่านกับแม่ทัพทั้งสี่ และขุนนางที่อยู่ฝ่ายเรานำหญิงสาวหรือญาติที่มีหน้าตางดงามไปช่วยเตรียมอาหารตามธรรมเนียมการล่าสัตว์ ท่านคิดว่าอย่างไรบ้าง

เซสลูบเคราของตนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผยยิ้มกว้างให้กับสหายร่วมรบ

ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องไว้ใจได้ ตาเตรส

การแก่งแย่งชิงดีอำนาจปรากฎในทุกยุคสมัย ยามมีศัตรูรอบกาย มนุษย์มักจะสามัคคีกัน หากคราวศัตรูพ่าย มนุษย์ก็จะแตกแยกเช่นกัน ขุนนางบางพวกต้องการแสวงหาอำนาจเพื่อเติมเต็มความโลภที่ไร้จุดจบ และไม่มีสิ่งลวงใดจะดีไปกว่าสตรีอีก

และก็เป็นหน้าที่ของพวกเขา เหล่าแม่ทัพผู้ภักดีต่อนายเหนือหัวเพียงหนึ่ง ที่จะต้องปกป้องอำนาจไว้ให้จงได้

..

สามวันต่อมา

ดูเหมือนเจ้าจะอารมณ์ดีเสียจริงนะแม่ทัพเหนือ น้ำเสียงยะเยือกของท่านเจ้าเมืองไม่อาจทำให้เพื่อนของเขาหุบยิ้มลงได้แม้แต่น้อย ไหนจะแม่ทัพอีกสามนายพร้อมกับเครือญาติของพวกเขาเหล่านั้นเต็มเกวียนรถเบื้องหลัง

แหม ก็มาล่าสัตว์ทั้งทีนี่ขอรับท่านเจ้าเมือง

นี่มันการล่าสัตว์หรือแผนจับคู่ดูตัวของเจ้ากันแน่!

ชายหนุ่มถอนใจยาว สายตาเหม่อมองทหารบนหลังม้าหลายนายซึ่งเข้าแถวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ พวกเขากำลังจะไปล่าหมูป่าบนเนินรูฟัส ระหว่างการล่าสัตว์ของเจ้าเมืองประชาชนทั้งหมดจะถูกันออกจากบริเวณ หากใครขัดขืนอาจมีโทษถึงประหารก็เป็นได้

แทนที่จะได้หักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้ากับการรบ กลับต้องมาอยู่บนม้าอีกแล้ว ไม่น่าเลยจริงๆ

เบื้องหน้าคือเนินเขียวขจีกว้างใหญ่ เหล่าหมูป่า และกระทิงป่า ต่างออกมาแทะเล็มหญ้าอยู่เบื้องหน้า เมื่อมองจากจุดนี้เขาเห็นพวกมันเป็นพียงจุดสีน้ำตาลเล็กๆหลายจุดเท่านั้น นอกจากจะเป็นสถานที่ล่าสัตว์แล้ว รูฟัสยังเป็นแหล่งรวมของพืชผักต่างๆที่ชาวบ้านสามารถนำไปประกอบอาหารได้อีกด้วย

เกวียนซึ่งสตรีทั้งห้าโดยสารมาหยุดลงบนเนินสูง ระหว่างที่บุรุษบนม้าทั้งห้าจะออกคำสั่งให้ม้าของตนถลาลงเนินไปยังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล พร้อมด้วยทหารมากมายที่มาคอยรักษาการณ์

ยามเมื่อสายลมต้องปะทะใบหน้า เขารู้สึกฮึกเหิมขึ้น เป็นเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อได้นั่งอยู่บนหลังม้า ธนูกับดาบในมือเหมือนจะเป็นของวิเศษเลยก็ได้ในยามนี้ และแล้วลูกธนูก็ถูกปล่อยออกจากศร พุ่งตรงไปยังหมูป่าเคราะห์ร้ายตัวแรก สัตว์ที่ล่าได้จะถูกเก็บรวบรวมและนับจำนวนโดยทหารรักษาการณ์ ก่อนที่จะถูกนำไปปรุงอาหารโดยเหล่าหญิงสาวผู้ติดตาม

จากอาทิตย์ที่ลอยพ้นขอบฟ้าไม่เท่าไร กลับเป็นลอยสูงตระหง่านอยู่เหนือฟากฟ้า ชายหนุ่มทั้งห้าควบม้าของตนกลับขึ้นเนินเขา เหล่าทหารรักษาการณ์จัดแจงนับสัตว์ป่าทั้งหมดที่ทุกคนล่ามาได้

ท่านแม่ทัพใต้ 22ตัว ท่านแม่ทัพตะวันออก 20ตัว ท่านแม่ทัพตะวันตก 25ตัว ท่านแม่ทัพเหนือ 30ตัว เสียงประกาศนั้นทำให้ตาเตรสยิ้มน่าก่อนจะหันมากระซิบแผ่วเบากับท่านเจ้าเมือง

ดูซิว่าครั้งนี้ข้าจะชนะเจ้าได้หรือเปล่า

ไซตรัสเพียงเผยรอยยิ้มบางเบา ทันทีที่เขายกแก้วน้ำขึ้นจรดปาก ทหารรักษาการณ์ก็ประกาศผล

ท่านเจ้าเมือง 32ตัว!

รอยยิ้มของตาเตรสเจื่อนลงถนัด ก่อนจะบ่นงึมงำกับตนเองอย่างไม่เป็นภาษา

สายตาชื่นชมของเหล่าน้องสาวแม่ทัพ หลานสาวเสนาบดี ลูกสาวขุนนางมากมายปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ถูกตกแต่งอย่างงดงามอย่างปิดไม่มิด ทว่าท่านเจ้าเมืองไม่มีวี่แววที่จะเหลียวมองพวกนางเลยสักนิด

คิดจะเอาชนะท่านเจ้าเมือง ยังเร็วไปร้อยปีน่าพี่ชาย แม่ทัพใต้ผู้มีอาวุโสน้อยสุดในกลุ่มเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มฉีกยิ้มให้รุ่นพี่ของตนก่อนจะตบบ่าเขาแผ่วเบา

แม่ทัพตะวันตกเพียงปรายมองทั้งหมดด้วยแววขบขัน ทว่าไม่ได้เอ่ยอะไรทั้งสิ้น ยืนพิงต้นไม้พักผ่อนอย่างเงียบเชียบ อีกด้านหนึ่งแม่ทัพตะวันออกถอนใจก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย แม้นใบหน้าจะเปื้อนยิ้ม

เด็กกันจริง

ทันใดนั้นเองทุกเสียงหัวเราะต้องเจื่อนลงถนัดยามเมื่อเสียงตะโกนก้องของทหารรักษาการณ์ดังเล็ดรอดออกมาจากเบื้องนอก

ท่านเจ้าเมือง มีผู้ละเมิดคำสั่งบุกรุกเข้ามาในเขตล่าสัตว์ขอรับ!

ดวงตาสีเพลิงสั่นระริกด้วยความพิโรธ จากน้ำเสียงเริงร่ากลับเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงทรงอำนาจพลัน จนไม่มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใดทั้งสิ้น

นำคนผู้นั้นเข้ามา!

ทหารหนุ่มทอดกายลงบนทุ่งหญ้าอย่างเบื่อหน่าย หน้าที่ของเขาคือการตรวจตราบริเวณให้แน่ใจว่าไม่มีผู้บุกรุกเข้ามาในบริเวณล่าสัตว์นี้ แต่ปกติก็ไม่มีคนบ้าหน้าไหนกล้ารุกล้ำเข้ามาอยู่แล้ว เขาจึงนั่งเหม่อมองสายน้ำใสที่ไหลทอดลงมาจากลูนาร์ สายลมที่พัดพากลิ่นของดอกไม้มาแทบจะขับกล่อมให้เข้าสู่นิทรา ทว่าสิ่งหนึ่งกลับฉุดกระชากเขาขึ้นจากภวังค์ความง่วงงัน

ร่างบางเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสะดุดตาของเขา ร่างนั้นเกยตื้นอยู่บริเวณฝั่งตื้นเขิน ไร้สติโดยสิ้นเชิง

ทหารรักษาการณ์ถึงกับตระหนก ยามนี้ก็เที่ยงวัน ท่านเจ้าเมืองพร้อมทั้งแม่ทัพคงไปพักในกระโจมผ้ากันหมดแล้ว แล้วเขา ควรจะนำนางผู้นี้ไปให้เจ้าเมืองสำเร็จโทษหรือเปล่า?

..

ร่างไร้สติของหญิงสาวในชุดยาวสีฟ้าอ่อนถูกนำเข้ามาในห้อง แพขนตาหนาประดับอยู่บนเปลือกตาสีอ่อน ทั้งใบหน้าขาวนวลไร้รอยตำหนิ ริมฝีปากอิ่มได้รูปสีกุหลาบเผยอออกเพื่อรับอากาศสู่ภายในปอด แก้มที่เคยเป็นสีแดงระเรื่อบัดนี้กลับซีดเผือด ร่างทั้งร่างเปียกปอนชุ่มโชกไปด้วยน้ำสีใส เรือนผมยาวตรงสีเงินเปียกแนบใบหน้า รวมทั้งอาภรณ์ที่แนบลู่ไปกับผิวกาย

ชาวลูนาร์

เจ้าเมืองคิดในใจ ไม่อาจละสายตาจากสตรีงดงามได้แม้แต่น้อย ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเหลือบไปเห็นรอยเลือดสีแดงบริเวณแขนเสื้อขวาของนาง

นางคงถูกน้ำพัดมาจากลูนาเรียขอรับ ทหารผู้นั้นเอ่ยเสริม ก่อนจะปิดปากเสียสนิทยามเมื่อเห็นแววตาดุดันของท่านเจ้าเมือง

วางนางลง

ขะขอรับ เขาทำตามทันที วางร่างบางลงกับพื้นกระโจม

ดวงตาสีแดงพินิจมองนางอย่างละเอียด ดูจากรูปพรรณสันฐานแล้วคงจะเป็นลูกของขุนนางสูงศักดิ์เป็นแน่แท้ บาดแผลนั้นคงถูกทหารทำร้ายเข้าและตกลงมาในธารน้ำเวย่า

ชายหนุ่มปลดผืนผ้าสีน้ำตาลที่คลุมร่างของตนออกจากกาย ก่อนที่จะโน้มลงไปห่อหุ้มร่างที่เปียกปอนด้วยผ้าผืนใหญ่ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกผู้ในกระโจมนั้น

ท่านเจ้าเมือง!! แม่ทัพฝ่ายเหนือเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อน ทว่าดวงตาสีแดงดุดันกลับกีดกันคำพูดต่อไปที่ใกล้จะหลุดลอยออกจากริมฝีปากบาง

ทำไมรึ ตาเตรส

นางเป็น ชาวลูนาร์ ทุกสรรพเสียงในกระโจมนั้นเงียบลงพลัน ก่อนที่ไซตรัสจะเป็นผู้ทำลายความเงียบงันนั้นเสียเอง

ใช่ ข้าเห็นแล้ว คำตอบนั้นสั้นนัก ทว่ายิ่งสร้างความฉงนให้ผู้คนในกระโจมยิ่งขึ้นไปอีก

ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านถึง!?

ท่านแม่ทัพเหนือ เราเข่นฆ่าชาวลูนาร์มามากพอแล้ว หรือท่าน ไม่คิดเช่นนั้น สิ้นเสียงนั้น เขายกร่างบางที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมของตนขึ้นจากพื้นดิน ก่อนจะปรายตามองแม่ทัพทุกท่านที่ทำได้เพียงหลุบสายตาลงต่ำ

สงคราม เข่นฆ่าเท่าไร ก็ไม่อาจชินชากับภาพนั้น ซากศพกองพะเนินสูง เลือดหลั่งไปทุกหย่อมหญ้า แม้จะเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกร อย่างไรก็เป็นเพียงหนึ่งมนุษย์เดินดิน

ชายหนุ่มเดินออกจากกระโจมผ้าพร้อมกับร่างไร้สติของหญิงสาวชาวลูนาร์ โดยที่ไม่มีใครอาจเอ่ยเสียงแย้งได้อีกแม้สักคำ

พอแล้ว กับการเข่นฆ่า บัดนี้เมื่อไร้เหตุผลที่ต้องฆ่า ก็สมควรจะหยุดเสียที!


edit @ 2007/06/05 18:41:11