[บทความ]กระแสสังคม
posted on 21 Apr 2008 17:14 by anonymouslycat in recommendationก่อนจะอ่าน......... ขอกล่าวอะไรเสียหน่อย ว่าผู้เขียนขี้เกียจอ่านคำติที่ไร้เหตุผล หรือคำด่าที่สักแต่ด่าโดยใช้อารมณ์
เพราะเช่นนั้นอ่านแล้อารมณ์เสีย หรือของขึ้น ปิด เลย ค่ะ ไม่ได้บังคับมัดกับเก้าอี้ให้นั่งอ่าน
หากไม่คิดจะคอมเมนท์โดยใช้เหตุใช้ผลแต่ใช้อารมณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องคอมเมนท์
ขอบคุณค่ะ
ปล. ช่วงนี้ทำไมลงแต่อะไรเครียดๆนะเฮ้อ
กระแสสังคมเหมียวลี่นิรนาม “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” สาเหตุที่เริ่มต้นด้วยประโยคดังกล่าวเพราะนี่เป็นประเด็นหลักที่จะนำมาเขียนในวันนี้ เรื่องที่ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมนั้นทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้ว แต่ยังมีมนุษย์อีกประเภทที่ถูกเรียกว่า “พวกนอกสังคม” แน่นอน มนุษย์จำพวกนี้มักจะพบเห็นได้ทั่วไปตามสถานการศึกษาต่างๆ ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกเขาไม่ได้ตามสิ่งที่เรียกว่า “กระแสสังคม” สังคมวัยรุ่นยุคปัจจุบันมีสิ่งที่เรียกว่า “เทรนด์” “แฟชั่น” “ค่านิยม” และ“กระแส” และหากใครที่ไม่ตามสิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นพวก “นอกสังคม” ในทันที ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่า ผู้ที่มีมือถือรุ่นใหม่ล่าสุด เที่ยวดึกดื่น ใส่สินค้าแบรนด์เนมกลายเป็น “ผู้นำฝูง” ในขณะที่ผู้ซึ่งไม่มีของเหล่านั้นแต่ชื่นชมและอยากทำตามกลับกลายเป็น “ผู้ติดตาม” ส่วนที่ไม่คิดจะตามเทรนด์นั้นๆกลายเป็น “ส่วนเกิน”
แม้ว่าพวก “ส่วนเกิน”ที่ว่านั้นคือมนุษย์จำพวกคงแก่เรียนและเห็นคุณค่าเงินของบุพการี แต่พวกเขายังโดนพวก “จ่าฝูง” และ “ลูกน้อง” เอ๊ย “ผู้ตาม” คอยล้อเลียนอยู่เรื่อยไป ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ถูกล้อเลียนไม่ใช่หรือ ที่เป็น “สมอง”และ “อนาคต” ของประเทศชาติ
ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่ปัญหานี้เกิดขึ้น เพราะเป็นปัญหาที่ปรากฏในทุกๆสังคมวัยรุ่นหรือผู้เยาว์ ในทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่าการทำตัวไร้สมองผลาญเงินทองไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือยและล้อเลียนคนที่ต่างจากตนเองเป็นสิ่งดี ในขณะที่การคงแก่เรียนเป็นสิ่งที่ “เชย” หรือ “เฉิ่ม”
เช่นว่า... “แอ๊บแบ๊ว” เป็นหนึ่งเทรนด์ใหม่ล่าสุดซึ่งถูกย่อมาจาก “abnormal บ้องแบ๊ว” อาการของโรค “แอ๊บแบ๊ว” อย่างแรกคือการใช้ภาษาไทยแบบผิดๆเช่นสะกด “เธอ” เป็น “เทอ” “เขา” เป็น “เค้า” และชอบแทนที่คำว่า “ค่ะ” ด้วย “อ่ะ” แถมชอบฉีกยิ้มแบบแปลกๆอีกต่างหาก แน่นอน ว่ามันเป็น “เทรนด์” เช่นนั้นแล้วไม่ว่าใครทำก็ดี ก็น่ารัก ก็ปกติ... แม้ว่าแอ๊บจะมาจากคำว่า abnormal(ผิดปกติ) และภาษาไทยที่คนเหล่านั้นใช้ อ่านอย่างไร มองทางไหน ก็ไม่น่าจะปกติ ก็ตามทีกรณีที่ผู้เขียนเจอมากับตนเองก็มีอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าฝูง.. เอ๊ย สังคม เท่าไรนัก จึงทำให้ถูกล้อเลียนอยู่บ่อยๆเนื่องจากชอบอะไรไม่เหมือนชาวบ้านและถูกมองเป็นพวก “คงแก่เรียน” ทั้งที่จริงแล้วคิดว่าตนเองรู้จักแบ่งเวลาเสียมากกว่า เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น แถมบางทีเล่นมากกว่าเรียน แต่ไม่ใช่มาเล่นเวลาเรียน
และสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรังเกียจคือพวกวัยรุ่นไม่รู้จักโตที่มักจะเอาตนเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล หากใครไม่ตาม “กระแส” คือ “เห่ย” เขียนไปเขียนมาก็แอบเห็นใจคนพวกนี้เช่นกัน พวกเขาเหล่านี้อาจมีปมด้อยอะไรสักอย่างที่ต้องพยายามยกตนข่มท่านเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนนั้น “แน่” “เก่ง” “กล้า”และ “เท่” แต่พอเอ่ยปากถามเรื่องผลการเรียนเมื่อไร ไม่รู้ว่าความ “แน่” “เก่ง” และ “กล้า” อันตรธานหายไปไหนหมดเหมือนเป็นธรรมชาติหรืออาจเรียกได้ว่าสันดานของมนุษย์ที่ต้องพยายามกำจัดสิ่งที่แตกต่างจากตนเองผู้คนเหล่านี้จึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะแสดงว่าตนนั้นเหนือกว่าคนที่แตกต่างออกไป เขียนไปก็แอบหวนนึกไปถึงพฤติกรรมของสัตว์บางชนิดที่มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูง เห่าหอนกันกลางดึกไม่ยอมหลับนอน
ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ค่านิยมของมนุษย์กลับกลายเป็นเช่นนี้ ในฐานะของคนหนึ่งที่อยู่ใน “ฝูง”และเกือบจะได้ “ออกนอกฝูง”เต็มทน ผู้เขียนก็ได้แต่ภาวนาหวังว่าในอีกสิบปีข้างหน้าประเทศของเราจะพัฒนายิ่งขึ้นกว่านี้
เตือนเบื้องต้นแล้ว หากคิดจะเมนท์เพื่อด่าอย่างเดียวก็ไม่ต้องเมนท์
Navigator of Pirate